ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน มีจริงหรือไม่ ควรเลือกอย่างไร

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน

ผู้หญิงหลายคนที่กินยาคุมกำเนิดอาจพบว่ารูปร่างดูอวบอิ่มขึ้น แต่เป็นความเข้าใจผิดว่าการกินยาเม็ดคุมกำเนิดทำให้อ้วน การศึกษาทางการแพทย์ในต่างประเทศพบว่ายาเม็ดโปรเจสเตอโรนสามารถเพิ่มความอยากอาหารได้ ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณสูงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการคั่งของของเหลว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำในระยะแรก ซึ่งหลายคนรู้จักกันในชื่อ “ยาคุมกำเนิดแบบบวมน้ำ” อาการนี้สามารถเกิดขึ้นและหายไปได้เอง

กลไกตามธรรมชาติของร่างกายผู้หญิงเป็นเรื่องปกติ สองสัปดาห์หลังจากมีประจำเดือน ร่างกายจะกักเก็บของเหลวและอาหารโดยอัตโนมัติเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิสนธิของทารกในครรภ์ หากไม่เกิดการปฏิสนธิ ของเหลวต่าง ๆ เหล่านี้จะหายไปเองอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไขมัน สรุปได้ว่ายาคุมกินแล้วไม่อ้วน หากเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนสูง

หากสาว ๆ กลัวผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด เช่น น้ำหนักขึ้น หรือตัวบวม แนะนำให้เลือกยาเม็ดที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนต่ำ หากไม่แน่ใจควรสอบถามหรือปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยา ปัจจุบันมียาคุมกำเนิดหรือยาปรับฮอร์โมนที่ช่วยลดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เมื่อเลือกยาคุมกำเนิดควรพิจารณายาที่มีตัวยาดังต่อไปนี้

  • การเลือกยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน 0.02 มิลลิกรัม สามารถช่วยลดผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการบวมน้ำหรือบวมได้
  • เลือกยาคุมกำเนิดที่มี drospirenone ซึ่งช่วยลดอาการบวมน้ำได้เช่นกัน
  • เลือกใช้ตัวยา “Cyproterone acetate” เพื่อช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เช่น ผิวมัน สิวเห่อ ขนดก และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสดใสขึ้นด้วย

กินยาคุมกำเนิด

วิธีดูแลตัวเองเมื่อกินยาคุมแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น

หากกินยาคุมกำเนิดแล้วน้ำหนักขึ้นเพราะอยากอาหารมากขึ้นควรดูแลตัวเองดังนี้

  1. คนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานอาจต้องเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันด้วยการลุกขึ้นเดินไปรอบ ๆ หรือยืดเส้นยืดสายทุก ๆ 30 นาทีเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
  2. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูง ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีไขมัน น้ำตาล ไฟเบอร์สูง จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับแคลอรีสูงเกินไป ควรบริโภคผักและผลไม้ นมไขมันต่ำ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น คุกกี้ เค้ก เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล นมรสหวาน อาหารแปรรูป
  3. ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเผาผลาญ ควรออกกำลังกายหนักปานกลางมากขึ้น เช่น วิ่งเหยาะ เดินเร็ว ๆ และเต้นแอโรบิค อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์หรือ 30 นาทีต่อวัน ควรเพิ่มการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น การซิตอัพ การแพลงก์ การยกน้ำหนัก และการสควอทสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นในร่างกายได้

สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เพื่อการใช้ยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี

ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ทุกวัย นอกจากจะป้องกันปัญหาท้องก่อนวัยอันควรแล้วยังช่วยให้คู่ที่ยังไม่พร้อมมีลูกได้วางแผนครอบครัวอีกด้วย

หากเราจะพูดถึงวิธีการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงจะไม่ใช่ยาเม็ด เนื่องจากใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบใด เพื่อที่จะใช้การคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพสูงสุด อันดับแรกเราควรมีความเข้าใจยาคุมกินแล้วไม่อ้วน อย่างถ่องแท้เสียก่อน นี่คือ 10 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิด

  1. ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (Birth Control Pill) ยานี้ประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งมีความสำคัญต่อการป้องกันการตั้งครรภ์ เมื่อกินเข้าไป ฮอร์โมนเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุมดลูกบางลง ทำให้ตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมของไข่และสเปิร์มไม่สามารถฝังตัวได้นอกจากนี้ยังช่วยให้มูกปากมดลูกเหนียวขึ้น ป้องกันไม่ให้สเปิร์มผสมกับไข่เพื่อปฏิสนธิ
  2. ยาคุมกำเนิดสามารถแบ่งตามฮอร์โมนได้ 2 ประเภท ได้แก่ ฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม ชนิดฮอร์โมนเดี่ยวมีเพียงโปรเจสเตอโรนซึ่งมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิดสูง ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมมีปริมาณ ประเภทของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่แตกต่างกัน ยิ่งมีปริมาณฮอร์โมนมากเท่าใดก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ หากมีปริมาณฮอร์โมนน้อยจะทำให้การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพน้อยลงแต่ผลข้างเคียงก็จะน้อยลง

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน มีหรือไม่

แบ่งตามจำนวนเม็ดได้ด้วย คือ 21 และ 28 เม็ด ต้องรับประทานยา 21 เม็ดและข้ามไป 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่ แท้จริงมีเพียง 21 เม็ด มีผง 7 เม็ด เหมาะสำหรับคนที่กลัวนับวันผิด ดังนั้นควรทานติดต่อกันจนหมดแผง ไม่ว่าจะคุมกำเนิดแบบไหนก็ได้ผลเหมือนกัน

  1. ยาคุมกำเนิดที่วางขายในปัจจุบันต่างกันแค่ชนิดของฮอร์โมน การสร้างฮอร์โมน ปริมาณของฮอร์โมนเท่านั้น ผู้ใช้ยาควรเลือกชนิดของฮอร์โมนที่ต้องการก่อนเลือกยี่ห้อ เนื่องจากยาแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาให้มีผลข้างเคียงน้อยลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเช่น โปรเจสเตอโรนบางชนิดมีฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนซึ่งสามารถช่วยให้ผิวสวยขึ้น ลดการเกิดสิว 
  2. ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน เลือดออกผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ยังสามารถอุดตันหลอดเลือดซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีหรือในผู้สูบบุหรี่ ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมสำหรับผู้สูงอายุ
  3. ต้องกินยาคุมกำเนิดในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน หากลืมรับประทานยา ประสิทธิภาพของยาจะลดลง หากคุณลืมรับประทานยาเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ จากนั้นรับประทานยาเม็ดต่อไปในเวลาเดียวกัน
  4. หากกำลังรับประทานยาเม็ดแรกหรือไม่ได้รับประทานเป็นเวลานาน ให้รับประทานภายในห้าวันแรกของการมีประจำเดือน หรือคุณสามารถรับประทานได้ในขณะที่ยังมีประจำเดือนอยู่ ถ้าหากรู้ตัวว่ามีโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ควรกินยาคุมกำเนิดไว้ในระหว่างรอบเดือนเพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า
  5. หากต้องการรับประทานยาคุมกำเนิด ให้ดูวันที่ข้างซอง บนแผงยาจะระบุวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ถ้าวันที่คุณเริ่มกินยาเม็ดแรกคือวันพุธ ให้กินยาเม็ดแรกในวันพุธ แล้วกินวันละ 1 เม็ดต่อไปจนกว่าแผงจะหมด
  6. ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน การคุมกำเนิดฉุกเฉินควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เช่น กรณีถูกข่มขืนหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ในกล่องพุพองคุมกำเนิดฉุกเฉินมีสองเม็ด ครั้งแรกควรกินทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ และครั้งที่สองควรกินหลังจากนั้น 12 ชั่วโมง ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายาเม็ดคุมกำเนิด

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน มีหรือไม่ และควรเลือกยาคุมอย่างไร

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน การเลือกยี่ห้อที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินต่ำอาจเป็นประโยชน์ เพราะจะช่วยลดผลข้างเคียงของฮอร์โมนทั้งสองชนิดหากมีปริมาณสูงเกินไป นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดอาการบวมน้ำ ความอยากอาหารหลังจากรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังจากรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอาจเป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษา พิจารณาเปลี่ยนชนิดของยาคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับร่างกาย

การกินยาคุมกำเนิดอาจทำให้อ้วนได้เนื่องจากมีฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณสูง ซึ่งจะทำให้ร่างกายกักเก็บของเหลวไว้มากขึ้นและเกิดอาการบวมน้ำในช่วง 2-3 เดือนแรกของการกินยาคุมกำเนิด อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราวเท่านั้น อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในสองถึงสามเดือน นอกจากนี้ โปรเจสตินในปริมาณสูงอาจเพิ่มความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเนื่องจากการกินอาหารมากขึ้น

การกินยาคุมกำเนิด

ยาคุมกินแล้วไม่อ้วน ควรเลือกอย่างไร

หากคุณรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนชนิดของยาคุมกำเนิดให้เหมาะกับร่างกายของคุณ ยาคุมกำเนิดมี 2 ประเภทดังนี้

  • ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดียว ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงชนิดเดียว
  • ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน

ในกรณีส่วนใหญ่ ยาคุมกำเนิดแต่ละยี่ห้ออาจใช้ฮอร์โมนคนละประเภท คนทั่วไปอาจเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีโปรเจสติน เช่น โดรสไปริโนน (Drospirinone) ซึ่งสามารถลดการกักเก็บน้ำในร่างกาย ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณฮอร์โมนอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ได้ จึงอาจต้องเลือกยี่ห้อยาคุมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสตินไม่สูงจนเกินไปเพื่อลดอาการบวมน้ำและลดความอยากอาหารซึ่งเป็นผลข้างเคียงของฮอร์โมนที่สูงขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อติดตามอาการ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนไปใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดอื่น