ผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี กับ 10 คลินิกผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักที่ดีที่สุด

ผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี

ในวิถีชีวิตปัจจุบันและอาหารการกินของคนไทยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน เนื่องจากวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบันดำเนินชีวิตอย่างเร่งรีบ และต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่เสมอ ทำให้อาหารที่รับประทานเป็นอาหารง่าย ๆ สะดวกรวดเร็วจากร้านสะดวกซื้อหรือจากร้านอาหารที่เป็นแบรนด์ต่างประเทศ (Fast Food) ทำให้คุณค่าทางอาหารที่ได้รับต่ำ เนื่องจากอาหารเหล่านี้เป็นอาหารประเภทแป้งและไขมัน รับประทานผัก ผลไม้ น้อยลง

ความเร่งรีบในการทำงาน ทำให้มีโอกาสออกกำลังกายน้องลง คนไทยจึงเป็นโรคอ้วนกันเยอะมากขึ้น มีรูปร่างอุ้ยอ้าย อึดอัด และมีโรคอื่น ๆ คุกคามแทรกซ้อน ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในหลอดเลือดสูง มีความเสี่ยงในการเสี่ยงในการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้อายุสั้นกว่าคนทั่วไป

วิธีการทางการแพทย์อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคอ้วนกลับมามีน้ำหนักปกติคือ การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารด้วยวิธี Laparoscopic sleeve gastric bypass เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะอาหาร ช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้ดีที่สุด หากใครที่ต้องการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักแต่ไม่รู้จะไปผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี

วันนี้เรามีคลินิกมาแนะนำเพื่อช่วยในการตัดสินเลือกคลินิกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ก่อนที่เราจะไปดูคลินิกเราไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดกระเพาะกันก่อน เพื่อคุณจะได้รู้ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี การเตรียมตัว

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้อง

  • การตรวจร่างกายโดยละเอียด เช่น ตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ เอ็กซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจสมรรถภาพปอด เป็นต้น
  • การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติของกระเพาะอาหารก่อนการผ่าตัด
  • การเตรียมโภชนาการจากนักกำหนดอาหาร จะมีการประเมินและปรับการรับประทานอาหารหลังการผ่าตัด
  • การทดสอบทางจิตวิทยากับนักจิตวิทยาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคทางจิตเวชที่มีนัยสำคัญซึ่งขัดขวางการผ่าตัด และเตรียมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังการผ่าตัด
  • ประเมินโรคที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียก่อนการผ่าตัด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ตรวจสอบการนอนหลับ STOP – BANG และการวินิจฉัยการนอนหลับ Sleep Test
  • ออกกำลังกายอย่างไรให้ถูกวิธีทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • งดสูบบุหรี่ 4 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • งดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • หากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ให้แจ้งแพทย์และพยาบาลทราบ
  • หากคุณกำลังรับประทานยา อาหารเสริม สมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถรับประทานชนิดใดได้บ้างและชนิดใดที่ต้องหยุดก่อนการผ่าตัด
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือประวัติการเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด
  • ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการฉีดยาต้านลิ่มเลือด 12 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

การผ่าตัดลดความอ้วน เหมาะกับใครบ้าง ?

การผ่าตัดเหมาะสำหรับคนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมาก แต่เราคงไม่สามารถใช้เกณฑ์น้ำหนักตัวอย่างเดียวในการตัดสินใจได้ เพราะแต่ละคนมีส่วนสูงไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงใช้ BMI เพื่อวัดว่าใครเป็นโรคอ้วน โดยเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร หลังจากได้ BMI แล้ว มาดูกันว่าใครเหมาะสมที่จะผ่าตัดลดขนาดกระเพาะดังนี้

  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40
  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 และมีโรคประจำตัวที่เกิดจากโรคอ้วนเนื่องจากน้ำหนักเกิน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ปัจจุบันมีการลดเกณฑ์ลงเรื่อย ๆ ตามคำแนะนำใหม่ของสมาคม ASMBS (American Society for Metabolic and Bariatric Surgery) ซึ่งเป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นเพื่อออกกฎเกณฑ์ในการผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะมีการระบุให้ผ่าตัดเร็วขึ้น โดยแนะนำให้ ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่าดัชนีมวลกาย 30 ขึ้นไป เข้ารับการผ่าตัดหากเป็นโรคอ้วนที่ต้องแก้ไข สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ได้
  • ในกรณีที่ดัชนีมวลกายไม่ถึงเกณฑ์แนะนำ การดูดไขมัน จะเหมาะสมกว่า

เทคโนโลยีการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักทางการแพทย์

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะในปัจจุบันมี 5 รูปแบบที่แตกต่างกัน

  • การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร
  • การใส่ห่วงรัดกระเพาะ
  • การผ่าตัดกระเพาะบางส่วนแบบสลีฟ (Gastric Sleeve)
  • การผ่าตัดกระเพาะแบบบายพาส (Gastric Bypass)
  • การเย็บกระเพาะผ่านทางปาก ด้วยไหม Overstitch (New)

ประโยชน์ของการผ่าตัด

ช่วยทำให้กระเพาะเล็กลงและรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ซึ่งช่วยจำกัดการรับประทานอาหารและนำไปสู่การลดน้ำหนักอย่างได้ผล

แนะนำคลินิก ผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี

แนะนำคลินิกผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

เป็นคลินิกที่ให้บริการผ่าตัดลดความอ้วน นำทีมโดย นพ.ปณต ยิ้มเจริญ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องโดยเฉพาะ การผ่าตัดระบบทางเดินอาหารและการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะจากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชและโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดกระเพาะมากว่า 30 ปี รวมทั้งได้รับใบรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา นพ.พนัส พร้อมทีมแพทย์ประจำคลินิกและนักโภชนาการกว่า 10 ชีวิต ดูแลและให้คำปรึกษาผู้ป่วยตลอดระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้เขายังมีหน้าที่สอนการผ่าตัดกระเพาะอาหารให้กับแพทย์อื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

แม้ว่าการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะจะไม่ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจาก ประสบการณ์ของคุณหมอปณตที่ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะมาแล้วกว่า 300 เคส/ปี และประสบความสำเร็จในทุก ๆ เคส ท่านจะมีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Double Lock คือการเย็บกระเพาะ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการรั่วหรือการขยายตัวของกระเพาะในอนาคต

และด้วยความเชื่อมั่นในทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่เห็นผลชัดเจนบวกกับมาตรฐานการรักษาในโรงพยาบาล ทำให้รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีชาวต่างชาติเข้ามารับการรักษาและขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลศิริราช

ปัจจุบันการรักษาโรคอ้วนมีหลายวิธี เช่น การออกกำลังกาย การใช้ยา การควบคุมอาหาร นี่เป็นวิธีการรักษาโรคอ้วนที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นการรักษาโดยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะให้เล็กลงด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง การผ่าตัดผ่านกล้องสามารถทำให้เกิดความเจ็บปวดน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น และอยู่โรงพยาบาลสั้นลง สำหรับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วนที่โรงพยาบาลศิริราช

มีเกณฑ์การรับผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดตาม National Instates of Health ปี 1991 คือ ผู้ป่วยอ้วนที่มี BMI มากกว่า 40 กก./ตร.ม. ผู้ป่วยอ้วนที่มี BMI 35-40 กก./ ตร.ม และมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันเลือดสูง เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง โรคจะหยุดลงในขณะนอนหลับ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น และผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 18 – 70 ปี โดยการผ่าตัดลดน้ำหนักจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสมีชีวิตยืนยาวขึ้น และโรคประจำตัวลดลงจนสามารถรักษาให้หายได้

โรงพยาบาลกรุงเทพ (ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน) Bangkok Hospital

โรงพยาบาลกรุงเทพเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจมากว่า 48 ปี และได้รับการรับรองจากสถาบัน JCI องค์กรกำกับดูแลมาตรฐานทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อผ่าตัดลดขนาดกระเพาะและลดไขมันในร่างกาย การผ่าตัดนี้จะทำให้ร่างกายสลายไขมันส่วนเกินเป็นพลังงาน ซึ่งจะใช้หลักการว่า 6 เดือนหลังการผ่าตัดน้ำหนักของผู้ป่วยจะลดลงถึงจุดที่ควรจะเป็น เป็นการดูแลแบบองค์รวมโดยใช้ทีมศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญหลายสาขา ก่อนการผ่าตัดต้องมีการประเมินและตรวจสุขภาพอย่างละเอียด

Praram 9 Hospital

โรงพยาบาลพระราม 9 เป็นโรงพยาบาลที่พร้อมให้บริการรักษาพยาบาลในด้านต่าง ๆ รวมถึง และมีบริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง นับเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่มีเทคโนโลยีล่าสุดในปัจจุบัน คือ เครื่อง CT Scan 640 Slice ที่สามารถสร้างภาพได้ 640 ภาพต่อการหมุนหลอดเอกซเรย์ 1 ครั้ง ช่วยให้การตรวจรวดเร็วขึ้น รับผลลัพธ์ที่แม่นยำ ที่มีชื่อเสียงและมีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ในกรณีของการผ่าตัดกระเพาะจะใช้การผ่าตัดผ่านกล้อง เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็กด้วยเทคโนโลยี 4K ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว ไม่เป็นแผลใหญ่และก่อนทำศัลยกรรมต้องปรึกษาและประเมินสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับทราบข้อมูลโดยละเอียดทุกครั้ง

คลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจร รพ.รามาธิบดี

โรงพยาบาลรามาธิบดี มีศูนย์รักษาโรคอ้วนโดยเฉพาะ นั่นคือคลินิกรักษาโรคอ้วนอย่างครบวงจร ก่อนเข้ารับการผ่าตัด จะมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน เมื่อตัดสินใจทำศัลยกรรมศัลยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้การผ่าตัดประเภทใด และนอกจากนี้ทีมแพทย์ต้องประเมินและควบคุมโรคร่วมของผู้ป่วยให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด หลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะสำหรับการลดน้ำหนักต้องเน้นกินโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ที่มีกากใยมากขึ้นเพราะดูดซึมยาก เช่น ผัก กินไขมันให้น้อยลง ทานวิตามินและออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

PHAYATHAI Hospital

โรงพยาบาลพญาไทเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศภายใต้ปรัชญาการบริหารโดยเน้นความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ โดยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วน ให้บริการผ่าตัดผ่านกล้อง วิธีการผ่าตัดมี 2 แบบ คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และพักฟื้น 3 วัน และตัดกระเพาะให้มีรูปร่างคล้ายกล้วย (Sleeve Gastrectomy) วิธีนี้ยังใช้ระยะเวลาการพักฟื้น 3 วันเช่นกัน

แพทย์ต้องวิเคราะห์ผู้ป่วยก่อน เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด หลังการผ่าตัดคนไข้ต้องทำตามกฎเหล็ก 4 ข้อ คือถ้าไม่หิวก็ต้องไม่กิน ไม่ดื่ม เครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อเนื่องทุกวัน และไม่ดื่มน้ำพร้อมมื้ออาหาร เป็นการเว้นระยะเวลาให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานที่สุด อย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนดื่มน้ำ ให้รู้สึกอิ่มนาน

ผ่าตัดกระเพาะ ที่ไหนดี ที่เหมาะสมที่สุด

Bangpakok 9 International Hospital

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ในเครือข่ายโรงพยาบาลบางปะกอกมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI และ HA ซึ่งการรักษาโรคอ้วนของโรงพยาบาลบางปะกอก จะรักษาโดยการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารซึ่งจะทำให้รู้สึกอิ่มตลอดเวลา และทานอาหารได้น้อยลงกว่าเดิม มีภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อย และลดได้เฉลี่ย 20-30 กก. ต่อปี แต่ก่อนการรักษาจะต้องมีการประเมินว่าเข้าเกณฑ์ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดหรือไม่

Bumrungrad Hospital

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในหลากหลายสาขา มีการรักษาแบบบูรณาการที่มีคุณภาพ ให้บริการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร แพทย์ส่วนใหญ่มีใบรับรองระดับสากลในด้านการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในด้านการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะด้วยกล้องส่องกล้องจะใช้การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

การผ่าตัดผ่านกล้องช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว และช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน วิธีการผ่าตัดคือการเย็บกระเพาะบางส่วนให้มีขนาดประมาณ 15-30 มล. แล้วต่อเข้ากับลำไส้เล็ก จะมีแผลเล็ก ๆประมาณ 5 แผลขนาดประมาณ 0.5 – 2 ซม. จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย

Samitivej Hospital

โรงพยาบาลสมิติเวชเป็นโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากลและได้รับการยอมรับจากสถาบัน JCI ให้การดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ และทีมบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีในการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อ BMI สูงกว่า 40 BMI อยู่ระหว่าง 35-40 และมีปัญหาสุขภาพที่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาได้ด้วยการลดน้ำหนัก หลังการผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ก่อนการผ่าตัดจะมีการตรวจร่างกายว่าพร้อมหรือไม่ หลังผ่าตัดลดน้ำหนักต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน พบแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางติดตามต่อเนื่อง 2 ปี

Kamol Hospital

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลเป็นสถานพยาบาลชั้นเลิศที่ให้บริการที่หลากหลายในประเทศไทย โรงพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI สหรัฐอเมริกา พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด สำหรับการดูแลก่อนการผ่าตัดของโรงพยาบาลกมลได้รับการออกแบบให้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาที่แตกต่างกัน ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน รวมถึงการดูแลหลังการผ่าตัดให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ในกรณีของการผ่าตัดกระเพาะจะใช้การผ่าตัดผ่านกล้อง ทำให้เกิดแผลในกระเพาะเล็กน้อยเป็นเทคนิคบายพาสกระเพาะที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากที่สุดและนานที่สุด นอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูงที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนให้หายขาด แต่อาจทำให้ขาดแคลเซียม ขาดธาตุเหล็ก หรือขาดวิตามินได้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน

อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนอาจน้อยลงหากทำการผ่าตัดลดน้ำหนักในสถานพยาบาล หรือศูนย์ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยได้รับการติดตามหลังการผ่าตัดอย่างสม่ำเสมอ หลังการผ่าตัดจะต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 3 วัน จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องกินยาแก้ปวด